ประวัติโรงเรียน
  แนวทางการจัดการศึกษา
  คุณธรรมนำความรู้
  พัฒนาความคิดสร้างสรรค์
  หลักสูตรเสริมพิเศษ
  การศึกษาพิเศษ
  สโมสรสระว่ายน้ำศุภวรรณ
  ตราประจำโรงเรียน
  สีประจำโรงเรียน
  ดอกไม้ประจำโรงเรียน
  เพลงประจำโรงเรียน
  แผนที่ / สถานที่ตั้ง
  ความภาคภูมิใจ
  จากใจครูใหญ่
  ไมตรีจิตจากผู้ปกครอง
  ด้วยรักและผูกผัน(ศิษย์เก่า)
  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในอดีต
  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ปี 2553
  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ปี 2554
  พัฒนาบุคลากร
  นักเรียนศึกษาต่อ ม. 1
  ศึกษาดูงานต่างประเทศ
  คณะผู้บริหาร
  บุคลากร
  ที่ปรึกษาโรงเรียน
  คณะกรรมการบริหารโรงเรียน
กำลังออนไลน์42คน
ผู้ชมวันนี้73คน
ผู้ชมเมื่อวาน105คน
ผู้ชมเดือนนี้8182คน
ผู้ชมเดือนก่อน13185คน
ผู้ชมทั้งสิ้น817038คน
คำขวัญ : ศึกษาดี มีความซื่อสัตย์ รู้ประหยัด รักวัฒนธรรมไทย....... ปรัชญา : การศึกษาเป็นพื้นฐานของการพัฒนาชีวิต
  ไมตรีจิตจากผู้ปกครอง

                เมื่อปี พ.ศ. 2520 ผมจำเป็นต้องหาโรงเรียนให้ลูกเรียนหนังสือ  ผมตัดสิน ใจให้ลูกเรียนโรงเรียนศุภวรรณ  เหตุผลก็คือใกล้บ้าน และราคาค่าเรียนปานกลาง   เมื่อลูกชายเข้าไปเรียน แล้วรู้สึกไม่ผิดหวัง ลูกคนที่ 2 และคนที่ 3 ก็ให้เรียนที่ศุภวรรณทั้งหมด  เป็นอันว่าลูกผมได้รับความอบอุ่นจากการเอาใจใส่ดูแลของ คณะครูเป็นอย่างดี  ผลจากวันนั้นถึงวันนี้ลูกทั้งสาม ของผม  คนที่ 1 เป็นดอกเตอร์สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัย  ลูกคนที่ 2 เรียนต่อที่อเมริกาและมีครอบครัวอยู่ที่นั่น  ลูกคนที่ 3 ประกอบธุรกิจส่วนตัวคือทำขวัญนาคกับผม

 ต้องขอชื่นชม ว่าการเริ่มต้นการศึกษานั้นสำคัญมากคือผู้เรียนมีความมั่นใจตนเองพร้อมที่จะ เผชิญโลกภายนอกอย่างมั่นใจ  จึงต้องขอขอบพระคุณ โรงเรียนศุภวรรณตลอดทั้งคุณครูทุกคนที่เอาใจใส่ดูแลลูกผมเป็นอย่างดีทำให้ ลูกผมมีขวัญและกำลังใจในการดำเนินชีวิต ผมจึงมีความผูกพันกับโรงเรียนศุภวรรณตลอดมาเสมือนหนึ่งเป็นญาติที่ใกล้ชิด สนิทสนม

                ท้ายนี้ขอให้กิจการของ โรงเรียนศุภวรรณก้าวหน้าไปในสังคมการศึกษาตลอดการนานเทอญ

 

ชินกร   ไกร ลาศ

ศิลปินแห่งชาติ  สาขาศิลปะการแสดงเพลงลูกทุ่ง

                กระผมเองเป็นเพียงผู้ปกครองคนหนึ่งที่ฝากผีฝากไข้ แก้วตาดวงใจของผมคือลูกชายทั้งสองคนไว้ในการดูแลของโรงเรียนศุภวรรณ

                กระผมยืนยันอีกครั้งว่าการตัดสินใจเลือกโรงเรียนศุภวรรณ เป็นโรงเรียนขั้นปฐมวัยของลูก กระผมเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเป็นที่สุด

                พื้นเพกระผมเป็นคนบ้าน นอก คนชนบทที่ห่างไกลความเจริญพอสมควร  กระผมตัดสิน ใจพาครอบครัวเข้ามาปักหลักในสังคมเมืองเพราะอนาคตของลูกเป็นสำคัญ  กระผมอยากให้ลูกได้เรียนในโรงเรียนดี ๆ ได้เจอะเจอสิ่งแวดล้อมทางการศึกษาที่จะพัฒนาสมองของเขาไปในทางที่ดีไม่ต้อง เผชิญหน้ากับความแร้นแค้นเหมือนสมัยกระผมเรียน

                ตัดสิน ใจอยู่กรุงเทพฯเลือกที่อยู่ในซอยพาณิชยการธนบุรี ( จรัลสนิทวงศ์ 13 ) เพราะเดินทางกลับบ้านสะดวก(บ้านเกิดเมืองนอนอยู่ริมแม่น้ำนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม )

                แล้วกระผมต้องตัดสินใจอีกครั้งเรื่องที่เรียนของลูกชาย  กระผมพาลูกชายคนโตตระเวนดูสถานที่เรียนหลายแห่งกว่าจะ ตัดสินใจเลือกศุภวรรณ เพราะที่สำคัญที่สุดคือใกล้บ้านและเพียงวันแรกที่พาลูกมาดูโรงเรียนก็ได้รับ การต้อนรับที่อบอุ่นยิ่งเหมือนพาลูกมาฝากไว้กับญาติสนิทในครอบครัว

                กระผมมั่นใจตั้งแต่วัน แรกที่พาลูกเดินเข้าไปในโรงเรียนว่าที่นี่แหละคือโรงเรียนของลูก

                จากวันนั้น ประมาณปี พ.ศ. 2530 ถึงวันนี้ พ.ศ. 2550 คือ 20 ปีแห่งความผูกพันระหว่างครอบครัวกระผมกับโรงเรียนศุภวรรณ

                ลูกชายคนโตของกระผม สำเร็จจากศุภวรรณจนไปเรียนต่อสำเร็จปริญญาตรีแล้วด้านดนตรีไทยและกลายมาเป็น กำลังสำคัญของกระผมในการก่อร่างสร้างสถาบันวิชาไทยในปัจจุบัน

                ส่วนลูกชายคนเล็ก ของกระผมก็สำเร็จจากศุภวรรณและปัจจุบันกำลังเรียนต่อระดับอุดมศึกษาและเป็น นักกีฬาตัวแทนของมหาวิทยาลัย

                ซึ่งพื้นฐานทุกอย่างไม่ ว่าจะเป็นด้านการเรียน  การดนตรีและการกีฬาก็เริ่ม ต้นมาจากโรงเรียนศุภวรรณทั้งสิ้น

                จากผู้ปกครอง ธรรมดา ๆ ผมได้รับเกียรติจากโรงเรียนคัดเลือกให้เป็นคณะกรรมการฝ่ายผู้ปกครองจนพัฒนากลาย มาเป็นที่ปรึกษาของโรงเรียนในที่สุด

                เมื่อได้เห็นความเจริญเติบโตของ โรงเรียนในทุก ๆ ด้านจนได้รับรางวัลพระราชทานในครั้งนี้จึงเป็นความปีติยินดีอย่างหาที่ เปรียบไม่ได้

                ขอให้โรงเรียนศุภ วรรณดำรงความเป็นโรงเรียนที่เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของเด็ก ๆ ที่มีแต่ความรักความอบอุ่นเยี่ยงนี้ตลอดไป

จากใจจริง

( เจนภพ  จบกระบวนวรรณ )

รู้จักโรงเรียนศุภวรรณ  มานานมากกว่า  20  ปี แล้ว  ตั้งแต่เข้ามาเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ  และทำงานครั้งแรกที่กระทรวงมหาดไทย  โดย เฉพาะเมื่อไปทำงานมักนั่งรถตุ๊กๆ   ผ่าน ซอยวัดอัมพวา  (ซอยจรัญฯ 22)  และ นั่งจากท่าน้ำศิริราชมาซอยวัดดงมูลเหล็กจะผ่านซอยวัดอัมพวา  อยู่อย่างสม่ำเสมอ  แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร เกี่ยวกับโรงเรียน
ศุภวรรณมากนัก

                เมื่อแต่งงานและมีลูกป๊อก (ด.ช.วิทยารัฐ  พวงงาม) ก็ไม่ได้วางแผนหรือตั้งใจว่าจะให้ลูกป๊อกเรียนหนังสือที่โรงเรียนอะไรบ้าง

                แต่เมื่อวันที่ลูกป๊อกโตขึ้นประมาณราว  2 ขวบครึ่ง  บังเอิญพี่เลี้ยงที่ เคยดูแลลูกป๊อกมีภาระ  ทำให้ผมและภรรยาต้องดูแลลูก ป๊อกกันเอง  โดยเฉพาะในวันธรรมดา  วัน จันทร์ถึงวันศุกร์  ผมต้องหอบลูกป๊อกมาดูแลที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ท่าพระจันทร์ทุกวัน  เพราะทำงานเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์

                อยู่มาวันหนึ่ง  เป็น วันที่ผมเริ่มสนใจโรงเรียนมากขึ้น  ก็คือวันที่ผมไป สอนหนังสือใน   ช่วงบ่าย 13.30 น. ถึง 16.30 น.  ทิ้งลูกป๊อกไว้ในห้องพักอาจารย์เพราะเขานอนหลับอยู่  พอแกตื่นขึ้นมา  ไม่เจอพ่อ (ไม่เจอผม) แกร้องไห้เรียกหาพ่อ ก็มีอาจารย์ในคณะที่อยู่ห้องใกล้ ๆ ช่วยกันดูแล ช่วยกันอุ้ม

                โดยปกติเวลาไปสอนก็จะเอาลูกป๊อกไปนั่งเล่น อยู่หลังห้องบ้างหรือนั่งที่ผมสอนด้วยกันบ้างหรือแกก็วิ่งเล่นอยู่ในห้องตาม เรื่องตามราว ตามประสาเด็ก

                เมื่อผมเริ่มสนใจโรงเรียน  ผมก็มักไปปรึกษาเพื่อนอาจารย์และเที่ยวเดินหาโรงเรียนเพื่อจะเอาลูก ไปฝากไว้กับโรงเรียนและเริ่มจะสนใจว่าโรงเรียนไหนจะเหมาะสมดี

                พอดีรองศาสตราจารย์กิติยา  นรามาศ  อาจารย์ในคณะฯ เดียวกันมาให้คำปรึกษา  เพราะลูกของอาจารย์เรียนอยู่ ที่โรงเรียนศุภวรรณ     อาจารย์เขาก็บอกถึง ครูประจำชั้นของนักเรียนอนุบาลและคณะครูที่โรงเรียนศุภวรรณ  ว่าเขาสอนดีเอาใจใส่เด็กดีและพูดถึงความน่าสนใจของโรงเรียน ศุภวรรณ หลาย ๆ อย่างและคำแนะมีนำที่ดี ๆ  ต่อโรงเรียนนี้ ไว้มาก  เมื่อผมได้ฟังดังนั้นผมก็ตัดสินใจทันทีว่า พรุ่งนี้ผมจะเอาลูกป๊อกมาฝากครูประจำชั้นอนุบาล ที่โรงเรียนศุภวรรณ

                วันรุ่งขึ้นผมและภรรยา (จุฑารัตน์  พวงงาม)  พร้อมลูกป๊อกก็มาสมัคร เข้าเรียนที่โรงเรียนศุภวรรณ  ที่นำโดย รศ.กิติยา  นรามาศ  นำมาให้รู้จักครูประจำ ชั้นอนุบาล  ให้รู้จักครูใหญ่ ให้รู้จักผู้อำนวยการ  ตลอดจนครูอาจารย์ที่โรงเรียนศุภวรรณ   การ ได้พบปะคณะครูและผู้บริหารโรงเรียนศุภวรรณ ในความรู้สึกแรกของผม   ผมรู้สึกประทับใจในการต้อนรับ ความเอาใจใส่ของ  ครูใหญ่  ผู้อำนวยการและคณะครู อาจารย์ของโรงเรียน

                ช่วงเวลาผ่านไประยะหนึ่ง  ผม ได้รับคำตอบจากครูประจำชั้นของลูกป๊อกว่า  ลูกป๊อก เรียนหนังสือได้ (อายุต่ำกว่าเกณฑ์อนุบาลเล็กน้อย)  และ สามารถปรับตัวเข้ากับเพื่อน ๆ ได้ดี  ก็เลยให้ลูก ป๊อกเริ่มเรียนอนุบาล 1 ไปเลยและเรียนจนกระทั่งจบอนุบาล  3 

                ผมมีความรู้สึกได้ว่า  ลูก ป๊อก  เริ่มมีความสุขกับการได้เรียนที่โรงเรียนศุภ วรรณ เพราะได้มีกิจกรรมนอกการเรียนในชั้นเรียนหลายอย่าง  เช่น การจัดงานปีใหม่  โดยให้เด็กได้แสดงออก  มีการละเล่น การจัดงานวันแม่  วัน พ่อ (วันเฉลิมพระชนมพรรษา) กิจกรรมฝึกดนตรี  ฝึกเล่น ฟุตบอล ฯลฯ  ซึ่งเป็นกิจกรรม  นอก จากการเอาไว้ในการเรียนที่ดีอยู่แล้ว

                ช่วงจะเข้าเรียนศึกษาต่อประถมศึกษาปีที่  1  ผมและภรรยาได้ให้ลูกป๊อกไปสอบ เรียนต่อที่โรงเรียนวัดอรุณอัมรินทราราม  เชิงสะพาน อรุณอัมรินทร์  ซึ่งเป็นโรงเรียนรัฐบาลและมีเสียง เล่าอ้างกันว่าเป็นโรงเรียนรัฐบาลที่ดังที่สุดในย่านฝั่งธนบุรีฯ  ปรากฏว่าลูกป๊อกสอบได้ (โรงเรียนรับ ป.1 เพียง  50  คน)  ผม และภรรยารู้สึกดีใจมาก  เพราะลูกป๊อกสามารถสอบเข้า ได้ก็เลยนำไปมอบตัว และซื้อชุดนักเรียน ชำระค่าเล่าเรียนเรียบร้อย  พอวันเปิดเรียนจริง ๆ  ลูกป๊อก กลับไม่อยากไปเรียนที่โรงเรียนวัดอรุณอัมรินทราราม  แม้ จะดีใจอยู่บ้างกับการสอบได้  โดยผมสังเกตว่าเขามีใจ อยากเรียนที่โรงเรียนศุภวรรณต่อไปอีก

                ในที่สุด ผมก็ตัดสินใจให้ลูกป๊อกมาเรียนต่อที่โรงเรียนศุภวรรณ ไปอีกจากประถมศึกษาปีที่  1  จน กระทั่งจบประถมศึกษาปีที่  6  ใน ช่วงที่เรียนอยู่ประถมศึกษาปีที่ 
1-6  ผมเองและภรรยาก็รู้สึกว่าทั้งครอบครัวสัมผัสได้กับความ อบอุ่น  โดยเฉพาะความเอาใจใส่ที่ดีต่อลูกป๊อกเสมอมา และเข้าใจว่า นักเรียนคนอื่น ๆ ก็ได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ด้วยเช่นกัน ยังจำได้ว่าช่วงเลิกเรียนตอนเย็น ๆ ลูกป๊อก  มักจะ กลับบ้านหลังนักเรียนคนอื่น ๆ เพราะต้องรอผม รอแม่ป๊อกมารับ  เพราะต่างก็มีภาระงานหลาย ๆ อย่าง  แม่ป๊อก เองเลิกงาน  5  โมงเย็น  กว่าจะมาถึงโรงเรียนศุภวรรณก็ประมาณ  6  โมงเย็น  แต่ก็ได้รับการดูแล เอาใจใส่จากคณะครูของโรงเรียนหลาย ๆ  ท่านเป็นอย่าง ดี

                แม้แต่ในบางเสาร์ อาทิตย์ ลูกป๊อกก็พอใจที่จะไปเรียน เล่นกีฬาฟุตบอล เรียนดนตรี จนเกือบจะเข้าใจได้ว่าโรงเรียนศุภวรรณ เปรียบเสมือนบ้านแห่งที่ 2 ของลูกป๊อกและครอบครัวผมไปแล้วในช่วงนั้น

                ลูกป๊อก จบประถมศึกษาปีที่  6  ผมรับรู้ได้ว่า  โดย การจัดการเรียนการสอนและหลักสูตร กระบวนการจัดการของโรงเรียนศุภวรรณ  จัดทำกิจกรรมนอกหลักสูตรการเรียน  จัดการ ทัศนศึกษา  การจัดกิจกรรมการแสดงออกของนักเรียนใน วาระต่าง ๆ ที่เปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงออก  กล้าคิด  กล้าทำและอุทิศตนเพื่อส่วนรวม  เป็น คุณสมบัติที่โรงเรียนได้จัดประสบการณ์ให้ทั้ง  9  ปี

                ปัจจุบัน (2550) ลูกป๊อก (ด.ช.วิทยารัฐ  พวงงาม)  เรียนอยู่มัธยมศึกษาปี ที่  2  โรงเรียนสวนกุหลาบ วิทยาลัย  ( สละสิทธิ์ความเป็นเลิศคณิต-วิทย์ ร.ร.ทวีธาภิเษก )

                ผมเข้าใจว่า  ปัจจัย และเหตุผลหนึ่งที่โรงเรียนศุภวรรณ มีการบริหารจัดการด้านการศึกษาและการมีส่วนร่วมทางการศึกษาระหว่างโรงเรียน กับผู้ปกครองและชุมชนจนสามารถประสบผลสำเร็จในหลายด้านในการจัดการศึกษานั้น  ที่สำคัญทำให้เด็กนักเรียนได้มีพัฒนาการทั้งด้านสติ ปัญญา ด้านร่างกาย และด้านจิตใจนั้นมีเหตุปัจจัยหลายประการซึ่งจะขอกล่าวไว้เพื่อจะเป็น ประโยชน์แก่การพัฒนาโรงเรียนศุภวรรณและเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียนอื่น ๆ  เพื่อสร้างเด็กและเยาวชนของชาติที่ดี  ดัง เช่น

                ประการแรก  การ จัดกระบวนการทั้งบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในบริเวณโรงเรียน  ใน โรงเรียน  ให้เขารู้สึก (นักเรียน)  รู้สึก ว่าอยู่ที่โรงเรียนได้รับความสุข (Happiness) ความอบอุ่น จากคุณครูทุก ๆ ท่าน เพื่อน ๆ นักเรียน รุ่นพี่ รุ่นน้อง มีความรักสามัคคี ให้เปรียบเสมือนหนึ่งว่าเหมือนบ้านอีกหลังหนึ่ง

                ประการที่สอง  การ ส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนบริเวณชุมชนใกล้โรงเรียน  ศุภวรรณ  ให้ชุมชนรู้สึกว่าเขาได้มีโอกาสมี ส่วนร่วมทั้งในแง่ การร่วมกิจกรรมในวาระวันสำคัญ ๆ เช่น วันปีใหม่แต่ละปี  วันสำคัญ ๆ ของชาติ  วันสำคัญทาง ศาสนาและกิจกรรมอื่น ๆ  ซึ่งผมเห็นว่าทางโรงเรียนศุภ วรรณ  ทำได้ดี

                ประการที่สาม  การ ส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองกับครูของโรงเรียน  ตลอดจนนักเรียน  ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่สุดก็ ว่าได้  นอกเหนือจากการเรียนการสอนผมจำได้ว่า  วันหนึ่งได้เชิญผมไปพูดในการจัดงานของโรงเรียนวันเฉลิม พระชนพรรษา  5  ธันวาคม  (วันพ่อ)  และร่วมงานในวันปีใหม่  วันสำคัญทางศาสนา  ผมยังจำได้ว่า นำลูกไปส่งประกวดการท่องบทสวดมนต์  ที่ท้องสนามหลวง ในนามของโรงเรียน  ผมไปส่งลูกป๊อกขึ้นรถไปทัศนศึกษา อีกหลาย ๆ  ครั้ง ฯลฯ  กิจกรรม เหล่านี้ส่งเสริมความสัมพันธ์  ความใกล้ชิด  ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมที่ดีระหว่างผู้ปกครองกับ โรงเรียน

                ประการที่สี่  การ ส่งเสริมการพัฒนาความคิดของนักเรียนในทุก ๆ ด้าน  ทั้ง ทางด้านสมองในเชิงความรู้ทางวิชาการ  การเรียน การสอน เพื่อให้เกิดสติปัญญา  การส่งเสริมจริยธรรม คุณธรรมที่ดีเพื่อให้มีจิตสำนึกที่ดีและการพัฒนาทักษะทางร่างกายที่แข็งแรง  การมีกิจกรรมกีฬา  ดนตรี  ศิลปะ  เป็นต้น  ซึ่ง โรงเรียนศุภวรรณ  สามารถจัดให้มีครบทุกด้าน  ที่สำคัญด้านคุณธรรมและจริยธรรม  ซึ่ง เป็นหัวใจของการพัฒนา
 
คุณภาพคน 

                ผมจึงคิดว่า  การ ที่โรงเรียนศุภวรรณ  ได้รับรางวัล โรงเรียนพระราช ทาน  ถือเป็น คุณงามความดีของโรงเรียนที่ได้มีการพัฒนาโรงเรียนมาอย่างต่อเนื่องเกือบทุก ๆ ด้านและช่วย สร้างคน  สร้างเยาวชนที่ดี  แก่ ชาติบ้านเมือง
 

ดร.โกวิทย์  พวง งาม

รองศาสตราจารย์ ระดับ 9 และหัวหน้าภาควิชาการพัฒนาชุมชน

คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์  มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์

โรงเรียนศุภวรรณ ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการเดินทางในเส้นทางการศึกษาของผม ผมเข้าเรียนในระดับอนุบาลจนจบการศึกษาระดับประถม  โดย มีคุณครูดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี มีการเอาใจใส่ดูแลอย่างทั่วถึง เหมือนนักเรียนเป็นลูกหลานของตัวเอง ครั้งหนึ่งในขณะที่ผมเรียนอยู่ในชั้นประถม 5 ได้เกิดอุบัติเหตุแขนหักระหว่างเล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆในช่วงก่อนเคารพธงชาติ คุณครูหลาย ๆ ท่านก็ได้ช่วยกันปฐมพยาบาลและพาไปโรงพยาบาลอย่างอบอุ่น

นอกจากนี้แล้ว ณ โรงเรียนแห่งนี้ ได้มีการอบรม ดูแลให้คำแนะนำ สอดแทรกเนื้อหาทางด้านคุณธรรม จริยธรรมในหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนเป็นคนดี เป็นกำลังสำคัญในสังคม รวมถึงได้ฝึกให้นักเรียนมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย โดยมีวิชาพลศึกษา และสนามกีฬา ไว้ให้นักเรียนได้ออกกำลังกาย เสริมสร้างความแข็งแรงทั้งร่างกายและความมีน้ำใจนักกีฬา

นอกเหนือไปจากความเอาใจใส่ดูแลและสอน ให้นักเรียนเป็นคนดีแล้ว ความประทับใจที่ผมมีต่อศุภวรรณก็คือความปลอดภัยและความสะดวกในการเดินทาง ในสมัยที่ผมเรียนที่ศุภวรรณนั้น น้องๆของผมอีกสองคนก็ได้เข้าเรียนที่นี่ด้วยในปีต่อๆมา โดยมีคุณแม่เป็นผู้ขับรถไปรับไปส่ง เพราะฉะนั้นแล้วนอกจากเด็กเล็กๆ 3 แล้วก็จะต้องมีกระเป๋านักเรียนอีกสามใบและสัมภาระต่างๆที่จะต้องดูแล ดังนั้นที่จอดรถระยะทางและเส้นทางระหว่างบ้านกับโรงเรียนจึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะต้องพิจารณา ในสมัยนั้นคุณแม่จอดรถที่หน้าโรงเรียนจึงมีความมั่นใจในความปลอดภัยของพวก เราลูกๆทั้ง 3 คนได้

สุดท้ายแล้วสิ่งต่าง ๆ ที่ศุภวรรณมอบให้ ล้วนเป็นประโยชน์ในการดำรงชีวิตทั้งสิ้น ไม่ว่าจะนำไปใช้เป็นแนวทางในการศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษา ปริญญาตรี โท หรือเอก ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงยังได้มีคุณธรรมจริยธรรมและน้ำใจนักกีฬา ที่ได้รับการหล่อหลอมมาจากศุภวรรณ  ความเอาใจใส่ ดูแลอย่างดีก็เปรียบเสมือนการรดน้ำพรวนดินอย่างสม่ำเสมอ คุณธรรม จริยธรรม ความรู้ต่างๆจึงเป็นดั่งปุ๋ย แร่ธาตุต่างๆที่ทำให้ต้นกล้าต้นนี้ได้เติบโตเจริญก้าวหน้าในเส้นทางการศึกษา และชีวิตการงาน    ณ วันนี้ผมก็ยังเชื่อว่าโรงเรียนศุภวรรณแห่งนี้ยังคงรักษาไว้ซึ่งปรัชญาการ เรียนการสอนที่มีมาแต่ดั้งเดิม ลูกๆผมสองคนก็มาเรียนที่ศุภวรรณนี้เช่นกัน ทุกครั้งที่ผมมารับส่งลูกๆก็ยังได้รับการต้อนรับจากคุณครูอย่างอบอุ่น และยังคงได้รับคำแนะนำต่างๆที่มีประโยชน์เช่นเดิม เหมือนเมื่อ 33 ปีที่แล้ว
 

ดร.กวีพงษ์ เลิศวัชรา

ผู้อำนวยการ หลักสูตรวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต
สาขาบริหารเทคโนโลยี  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


สถานศึกษารางวัลพระราชทาน โรงเรียนศุภวรรณ
๒๓๑/๕๓ ซอยจรัญสนิทวงค์ ๒๒ ถนนจรัญสนิทวงค์ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
โทรศัพท์ ๐-๒๔๑๑-๒๓๗๙,๐-๒๔๑๒-๕๖๐๑ โทรสาร.๐-๒๘๖๖-๖๗๔๖
E-mail : supawan.scl@gmail.com